
คนส่วนใหญ่ออมเงินด้วยสูตรนี้ รายได้ ลบ รายจ่าย เท่ากับเงินออม ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ในความเป็นจริงรายจ่ายมันขยายตัวจนเต็มรายได้เสมอ ไม่ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่
ลุงตี่เคยคิดว่าพอเงินเดือนขึ้นแล้วจะเก็บได้เอง ปรากฏว่าเงินเดือนขึ้นสองเท่า แต่เงินเก็บเท่าเดิม เพราะพอมีมากขึ้น เราก็หาเรื่องใช้ได้มากขึ้นตามไปด้วย
เปลี่ยนเป็น รายได้ ลบ เงินออม เท่ากับรายจ่าย แปลว่าพอเงินเข้าปุ๊บ ตัดออกไปเก็บทันทีก่อนจะได้ใช้ แล้วค่อยอยู่กับส่วนที่เหลือ
ข้อดีของวิธีนี้คือมันไม่ต้องใช้วินัยเลยสักนิด ตั้งโอนอัตโนมัติวันเงินเดือนออกครั้งเดียว ที่เหลือระบบทำงานเอง เราแค่อยู่กับเงินที่เห็นในบัญชี ซึ่งสมองเราปรับตัวได้เร็วกว่าที่คิด
ถ้าไม่เคยเก็บเลย อย่าเพิ่งกระโดดไปสิบเปอร์เซ็นต์ เริ่มที่ห้าเปอร์เซ็นต์ก่อน หรือถ้ายังฝืดก็เริ่มที่หนึ่งพันบาทก็ได้ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่จำนวน แต่อยู่ที่การทำให้กลไกมันเริ่มเดิน
หลายคนรีบไปลงทุนทั้งที่ยังไม่มีเงินสำรอง พอรถเสียหรือป่วยขึ้นมาก็ต้องขายของที่ลงทุนไว้ในจังหวะที่ไม่ควรขาย กลายเป็นขาดทุนทั้งที่เลือกของถูก
เก็บให้ได้สามถึงหกเท่าของรายจ่ายต่อเดือนก่อน เก็บในที่ที่ถอนได้ทันที ไม่ต้องหวังผลตอบแทน เงินก้อนนี้ไม่ได้มีไว้ให้งอกเงย แต่มีไว้ให้เราไม่ต้องตัดสินใจแย่ๆ ตอนฉุกเฉิน
อย่าออมด้วยความตั้งใจ ให้ออมด้วยระบบที่ตั้งไว้ครั้งเดียวแล้วลืมมันไปได้เลย ความตั้งใจมีวันหมด แต่คำสั่งโอนอัตโนมัติไม่มีวันเหนื่อย
ผู้เขียน E-Book พัฒนาตัวเอง เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย จากประสบการณ์จริง
กรุณา เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!