
วันแรกที่ตัดสินใจจะเปลี่ยนตัวเอง เรามักรู้สึกฮึกเหิม อยากตื่นตีห้า อยากอ่านหนังสือวันละบท อยากวิ่งทุกเช้า แล้วพอวันที่สี่ที่ห้า ความรู้สึกนั้นก็หายไป เหลือแต่ความรู้สึกผิดที่ทำไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ
ลุงตี่เคยเป็นแบบนี้อยู่หลายปี จนมาเข้าใจทีหลังว่า แรงฮึดมันเป็นของชั่วคราวโดยธรรมชาติ มันไม่ได้มีไว้ให้พึ่งพาระยะยาว ใครที่รอให้ตัวเอง "มีใจ" ก่อนแล้วค่อยทำ ก็จะได้ทำแค่ตอนมีใจ ซึ่งไม่กี่วันต่อปี
ถ้าอยากอ่านหนังสือ อย่าตั้งว่าวันละบท ให้ตั้งว่าวันละหน้า ถ้าอยากออกกำลังกาย อย่าตั้งว่าวิ่งสามกิโล ให้ตั้งว่าใส่รองเท้าแล้วเดินออกไปหน้าบ้าน
ฟังดูน้อยจนน่าขำ แต่นั่นแหละคือประเด็น เป้าที่เล็กพอจะทำได้แม้ในวันที่แย่ที่สุด คือเป้าที่จะอยู่กับเราได้จริง ส่วนวันไหนที่รู้สึกดี เราก็ทำเกินได้อยู่แล้ว ไม่มีใครห้าม
เพราะสิ่งที่เรากำลังสร้างไม่ใช่ผลลัพธ์ แต่คือความเชื่อว่า "เราเป็นคนที่ทำสิ่งนี้" คนที่อ่านหนังสือวันละหน้าติดกันสามสิบวัน จะเริ่มมองตัวเองว่าเป็นนักอ่าน และคนที่มองตัวเองแบบนั้น จะอ่านต่อไปเองโดยไม่ต้องฝืน
ทุกคนมีวันที่พลาด ป่วยบ้าง งานเข้าบ้าง ลุงตี่ไม่ได้บอกว่าห้ามพลาด แต่กฎมีอยู่ข้อเดียวคือ อย่าให้ขาดสองวันติดกัน
ขาดหนึ่งวันคืออุบัติเหตุ ขาดสองวันคือจุดเริ่มต้นของนิสัยใหม่ที่ชื่อว่า "ไม่ทำ" ระยะห่างระหว่างสองอย่างนี้บางกว่าที่คิดมาก
อย่าโทษตัวเองว่าไม่มีวินัย ลองกลับไปดูว่าเป้าที่ตั้งไว้มันใหญ่เกินชีวิตจริงหรือเปล่า ย่อมันลงจนเล็กจนรู้สึกผิดที่จะไม่ทำ แล้วรักษาไม่ให้ขาดสองวันติด เท่านี้พอสำหรับเดือนแรก
ผู้เขียน E-Book พัฒนาตัวเอง เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย จากประสบการณ์จริง
กรุณา เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น
เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!
ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง
ดูบทความทั้งหมด